"มด" คุณัชยา ชัยรัตน์ เผยเสียใจที่มีภาพไม่เหมาะสมออกมา และเป็นต้นเหตุทำให้แม่เสียใจ หลังภาพจูบปาก "คริสโตเฟอร์" โชว์หราในนิตยสารและอินเทอร์เน็ต ขณะที่มารดานักร้องดัง เผยรู้สึกไม่สบายใจ และได้บอกให้ทั้งคู่ห่างกันนาน 2 เดือนแล้ว แจงภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อ 3 เดือนก่อน
หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีภาพหลุด ขณะเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ที่โรงแรมขอนแก่น จนกลายเป็นข่าวฮือฮาสนั่นเมืองกันมาแล้ว ล่าสุด นักร้องชื่อดังค่ายอาร์เอส "มด" คุณัชยา ชัยรัตน์ ก็เจอพิษอินเทอร์เน็ตเล่นงานอีกครั้ง หลังจากมีภาพของเธอขณะจูบกันอย่างดูดดื่มกับ "คริส" คริสโตเฟอร์ โรเบิร์ต หลุดออกมาในนิตยสารก็อสซิปสตาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้ออกมาปฏิเสธความสัมพันธ์กับนายแบบคนดังกล่าวว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน เป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น
ทั้งนี้ ทางด้าน "มด" ได้กล่าวเพียงสั้นๆ เกี่ยวกับภาพที่หลุดออกมาว่า รู้สึกเสียใจที่มีภาพไม่เหมาะสมออกมา มดอยากจะขอโทษคุณแม่ที่ทำให้คุณแม่เสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้มดกล่าว
ขณะที่ ทางด้าน ปวริศา ชัยรัตน์ มารดาของนักร้องชื่อดังค่ายอาร์เอสกล่าวชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เพิ่งเห็นภาพเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (29 ม.ค.) ในฐานะของคนเป็นแม่ รู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากลูกสาวยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ดังนั้นเธอจึงมีหน้าที่ที่จะต้องค่อยๆ อบรมและสั่งสอน
"สำหรับการคบเพื่อนต่างเพศในกรณีนี้ คุณแม่ก็มีการพูดคุยกับน้องและพยายามให้ทั้งคู่ห่างกันมาประมาณสองเดือนแล้ว ช่วงนี้น้องมดก็กำลังสอบอยู่ และกำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย สำหรับภาพที่หลุดออกมานั้น เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อราวๆ สามเดือนก่อน หลังจากน้องมดไปงานโชว์ตัว น้องได้ไปกินอาหารกันต่อกับเพื่อนๆ แล้วก็มีการถ่ายรูปกัน" แม่ของมดแจกแจง
ในส่วนของต้นสังกัด ได้มีการเรียกมด เข้ามาพูดคุยตักเตือน ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่องานของนักร้องวัยรุ่นชื่อดัง และทางบริษัทฯ ไม่ได้จะแบนงานใดๆ ทั้งสิ้น และขอให้กรณีของมดเป็นอุทาหรณ์สำหรับน้องๆ คนอื่นๆ ต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คม ชัด ลึก
ดาวน์โหลด ภาพหลุดมดจ๊วบปาก “คริส”
เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome
This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome
เขียนโดย
sp
ที่
23:23
"เงินคงคลัง"เหลือแค่5หมื่นล้าน หวั่นไม่พอจ่าย"เงินเดือน"
กมธ.งบฯตกใจ เงินคงคลังมีแค่ 5.2หมื่นล้าน เหลือจ่ายเงินเดือนประจำแค่เดือนครึ่ง ปลัดคลังแจงเหตุลดกู้เงินแต่ถ้าไม่พอกู้ใหม่ได้ เผยจัดเก็บรายได้ไตรมาสแรกของปีงบฯ′52 ต่ำเป้าถึง16% จี้เร่งอัดฉีดเงินเข้าระบบภายใน มี.ค. ก่อนเศรษฐกิจจะติดลบ 3%ฝ่ายค้านให้ตัดทิ้งงบชุดนร.ทั้งยวง 2.6 พันล้าน ส.ส.ร. ยัน 3รมต.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญที่ไปโหวตรับร่าง พ.ร.บ.งบฯ
คลังเผยเก็บรายได้ต่ำเป้า16%
ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 มกราคม คณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2552ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานมีการประชุมเป็นนัดแรก โดยพิจารณาฐานะการเงินการคลังของประเทศมีนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้แจงว่ามีความจำเป็นที่ต้องอัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้ทันในเดือนมีนาคมนี้เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนในระบบ ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจไทยอาจติดลบถึง 3% ทั้งนี้ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2552การจัดเก็บรายได้ของรัฐต่ำกว่าเป้าประมาณ 16%โดยกระทรวงการคลังคาดการณ์รายได้ตลอดปี 2552 อยู่ที่ 132,000 ล้านบาทมีการเบิกจ่ายงบฯลงทุนไปได้เพียง 7.9%และมีการตั้งรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลังสำหรับงบประมาณกลางปีไว้จำนวน12,900 ล้านบาทมาจากรายได้ที่จะได้จากการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันและรายได้จากผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจ
จากนั้นคณะกรรมาธิการทั้งจากรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างซักถามถึงสาเหตุการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า อาทิ งบประมาณองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นและกรมทางหลวงชนบทที่ผู้รับเหมายังไม่ได้รับเงิน ทำให้นายพิเชษฐพันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าอยากให้กระทรวงการคลังนำความจริงมาพูดให้ทุกคนรู้เพราะจะได้ช่วยกันแก้ไขและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่หนักหนาเชื่อว่าเหตุที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบฯลงทุนต่างๆเป็นเพราะความจริงรัฐไม่มีเงิน มีแต่เพียงตัวเลขลอยๆ เท่านั้นจึงอยากทราบว่าความจริงขณะนี้ประเทศไทยมีเงินคงคลังจำนวนเท่าใด
กมธ.งบฯตกใจคงคลังมีแค่5.2หมื่นล.
ด้านนายศุภรัตน์ชี้แจงว่ายอมรับว่ามีเม็ดเงินไหลออกมากกว่าเม็ดเงินไหลเข้าการบริหารเงินคงคลังต้องทำด้วยความละมุนละม่อม ทั้งนี้ สิ้นเดือนธันวาคมปี2551 ที่ผ่านมา มีเงินคงคลังประมาณ 52,000 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายศุภรัตน์กล่าวจบนายพิเชษฐถึงกับกล่าวอย่างตกใจว่าเหตุใดเงินคงคลังจึงมีมากกว่ารายจ่ายประจำไม่ถึง 2 เดือนตัวเลขนี้เป็นปัญหาว่าทำไมประเทศจึงไม่มีเงินในการจ่ายงบฯลงทุนทำให้นายศุภรัตน์กล่าวตอบว่ายังมีเงินพอที่จะจ่ายเป็นเงินเดือนประจำอยู่ประมาณ 1 เดือนครึ่งเนื่องจากต้องจ่ายเงินเดือนประจำเดือนละ 32,000 ล้านบาทเหตุที่เงินคงคลังเหลืออยู่ไม่มากเนื่องจากที่ผ่านมาได้ลดการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศเพื่อเป็นลดภาระดอกเบี้ยหากไม่เพียงพอก็ยังสามารถกู้เงินจากต่างประเทศได้อีก
ด้านนายวิทยาบุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา กมธ.จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าดูแล้วไม่สามารถเชื่อได้ว่าจะมีรายได้กลับมาตามที่คาดจึงอยากทราบว่าจะกู้เงินเมื่อใด จากไหนและจำนวนเท่าไหร่
จากนั้นนายศุภรัตน์ชี้แจงว่ากรอบการกู้ยืมเงินมีกฎเกณฑ์ไว้ชัดเจนอยู่แล้วแต่อาจต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วกว่าเดิมขณะนี้การขาดดุลงบประมาณทั้งประจำปีและกลางปีมีจำนวน 340,000 ล้านบาทส่วนแหล่งเงินกู้นั้นจะส่งเป็นเอกสารให้ กมธ.ในภายหลัง
ฝ่ายค้านไล่บี้งบฯเรียนฟรี15ปี
สำหรับการประชุม กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯในช่วงบ่ายมีการพิจารณาโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 15 ปีของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเริ่มต้นในภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2552วงเงิน 18,257 ล้านบาท ซึ่งนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐมกมธ.จากพรรคเพื่อไทยระบุว่าไม่เห็นว่างบฯดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้และเกรงว่าจะไปกระจุกตัวกับนักธุรกิจ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ผลิตเครื่องแบบนักเรียนกลุ่มผู้ผลิตแบบเรียนและกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์การเรียนควรแจกคูปองให้ผู้ปกครองนำไปซื้ออุปกรณ์และเครื่องแบบนักเรียนเองจะดีกว่าน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีกว่า
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ใช่หน่วยงานสังคมสงเคราะห์รัฐบาลควรมุ่งเน้นงบประมาณไปที่การปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับนักเรียนจึงอยากให้ทบทวนปรับปรุงโครงการและเสนอเข้ามายังกรรมาธิการอีกครั้งเพราะไม่อยากให้งบฯก้อนนี้เป็นงบฯละลายน้ำ
นายชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงว่าจะจัดทำประชาพิจารณ์โครงการต่างๆ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ในวันที่ 31 มกราคมเพื่อประมวลผลร่วมกับข้อชี้แนะของ กมธ.ว่าจะทำอย่างไรขอยืนยันว่าการปฏิรูปการศึกษายังคงมีต่อเนื่องส่วนงบประมาณกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนนั้นทราบว่าโรงเรียนสาธิตทั้ง 44แห่งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีมติร่วมกันว่าจะไม่รับงบประมาณส่วนนี้ แต่ผู้ปกครองจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
เล็งแจกเงิน-คูปองซื้อชุดนักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากมธ.จากพรรคฝ่ายค้านได้ซักถามนายชินภัทรอย่างหนักโดยเฉพาะวิธีการจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนที่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะจัดซื้ออย่างไร ซึ่งคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยาเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ชี้แจงว่าเครื่องแบบนักเรียนจะไม่มีการจัดซื้อที่กระทรวงศึกษาธิการหรือส่วนกลางตลอดจนเขตพื้นที่ แต่จะให้ซื้อกันที่โรงเรียนเบื้องต้นกำลังพิจารณาว่าจะให้เงินผู้ปกครองหรือแจกเป็นคูปองส่วนการกำหนดสเปคของมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)นั้นความจริงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามก็ได้อาจจะใช้หลักให้ผู้ปกครองเห็นสมควร
พท. ขอตัดงบฯ2.6พันล.ซื้อชุดน.ร.
นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าส่วนตัวติดใจในงบประมาณจัดซื้อเครื่องแบบนักเรียนกว่า 2,600 ล้านบาทเนื่องจากไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายเรียนฟรี ดังนั้นจึงขอตัดงบฯส่วนนี้ทั้งหมด ทำให้ กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายไตรรงค์สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน และนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ได้คัดค้านแกมขอร้องว่า อย่าเสนอให้ตัดงบฯก้อนนี้ โดยนายพิเชษฐกล่าวว่าขอให้ค้างตัวเลขไว้ก่อนแล้วค่อยมาพิจารณารายละเอียดหากตัดไปเรื่องก็จะต้องกลับเข้า ครม.อีกครั้ง เวลาไม่พอขณะที่นายวิทยายังยืนกรานที่จะตัดงบประมาณก้อนนี้ และกล่าวว่าถ้าหากไม่มีหากท้วงติงหรือตัดงบฯเลยก็ควรนำกลับเข้าสู่สภาไม่ต้องมานั่งพิจารณาให้เสียเวลา 0พท.เตรียมยื่นถอด3รมต.โหวตงบฯ
กรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนเอาผิดกับ 3 รัฐมนตรี ได้แก่ นายเกื้อกูลด่านชัยวิจิตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายโสภณ ซารัมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ลงมติเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552ซึ่งถือว่ามีพฤติกรรมที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 177 วรรค 2 นั้น
นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คาดว่าจะยื่นต่อ ป.ป.ช.ได้ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ป.ป.ช.ไต่สวน 3 รัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 275กรณีที่รัฐมนตรีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นนอกจากนี้พรรคเพื่อไทยจะรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เพื่อยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภาให้ถอดถอน 3รัฐมนตรีออกจากตำแหน่งควบคู่ไปด้วย
พ่วงยื่นถอด "ปู่ชัย" ขาดคุณสมบัติ
นายจุมพฏกล่าวว่า นอกจากนี้ในวันเดียวกันนั้นตนจะยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนเอาผิดนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยกรณีที่เรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม2551ทั้งที่สถานะของนายชัยขณะนั้นไม่ได้เป็นสมาชิกภาพของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ถือว่าขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 266 (8)
นายจุมพฏกล่าวว่าระหว่างที่นายชัยปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้นถือว่าสถานะความเป็น ส.ส.ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากนายชัยและสมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวิน ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยนายชัยเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 14 มกราคม ในลำดับที่ 23 ดังนั้นกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจึงเข้าข่ายมิชอบทั้งหมด เช่นการเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการฯ แต่งตั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรีส่งผลให้คณะรัฐมนตรีที่เกิดจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีมีที่มาไม่สมบูรณ์เช่นกัน รวมถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลก็เท่ากับเป็นโมฆะไปด้วย
ปธ.วิปรบ.มั่นใจ3รมต.ไม่ขัดรธน.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่าไปสืบค้นข้อมูลการลงมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552ในวาระแรกที่มีการลงมติไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2551ซึ่งรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ก็มีการลงมติเห็นชอบในร่างดังกล่าวอาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชูศักดิ์ศิรินิล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลที่มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณด้วยทุกคนฉะนั้น การที่ฝ่ายค้านหยิบยกประเด็นรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณกลางปี 2552 ว่าอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 177 วรรค 2นั้น ตนเห็นว่าเป็นการเล่นเกมเพื่อปั่นป่วนทางการเมืองหากดูตามข้อกฎหมายแล้ว ไม่สามารถยื่นถอดถอนรัฐมนตรีได้ เพราะการลงมติร่างพ.ร.บ.งบฯ หรือกฎหมายโดยทั่วไปไม่สามารถตีความอย่างกว้างได้ว่าเป็นการลงมติที่มีผลประโยชน์ขัดกัน
"จึงอยากเรียกร้อง ส.ส.พรรคฝ่ายค้านให้ทำการเมืองกันอย่างสร้างสรรค์แต่หากฝ่ายค้านจะดำเนินการก็ทำได้ แต่จะทำให้รัฐมนตรีชุดที่แล้วหลายคนเป็นส.ส.อยู่ ก็อาจจะมีปัญหาต่อไปได้" นายชินวรณ์กล่าว
เกื้อกูลยันไม่มีประโยชน์ขัดกัน
ด้านนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตรรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่โหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ว่า ก่อนโหวตตนได้ซักถามนายโสภณ ซารัมย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ได้รับคำตอบว่าในรัฐบาลนายสมัคร ก็โหวตรับร่างงบประมาณเช่นกันหลังเกิดเรื่องขึ้นก็พูดคุยกับนายชินวรณ์แล้วพบว่าไม่น่าจะผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายอีกทั้งร่างงบประมาณตนก็ไม่มีส่วนในการเสนอจึงไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน
"ผมไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 177(2)นั้นเขียนไว้ชัดเจนว่าการห้ามรัฐมนตรีออกเสียงนั้นต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่หรือการมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นแต่ผมไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หลังฝ่ายค้านหยิบเรื่องนี้มาเล่นงานผมก็รู้สึกตกใจเช่นกันแต่ทำความเข้าใจกับฝ่ายกฎหมายและผู้ใหญ่ในรัฐบาลแล้วก็ไม่มีอะไรหนักหนาจึงไม่คิดว่าจะหมดสภาพการเป็นรัฐมนตรี" นายเกื้อกูลกล่าว
ส.ส.ร.ยันไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
นายปกรณ์ ปรียากร คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อดีตโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550(ส.ส.ร.) กล่าวว่า ระหว่างการยกร่างมาตรา 177 วรรคสองมีการพูดกันชัดเจนว่าให้หมายความว่า เฉพาะตอนการอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนร่าง พ.ร.บ.งบฯ ไม่เกี่ยวกัน เพราะพ.ร.บ.นี้ใช้สำหรับการบริหารราชการแผ่นดิน ส่วนที่อ้างถึงคำว่า การมีส่วนได้เสีย เจตนารมณ์คือการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวกับประมูลงาน ฉะนั้น 3 รัฐมนตรีที่โหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม ตนคิดว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
นายศรีราชา เจริญพานิช เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน อดีตส.ส.ร.กล่าวว่า เจตนารมณ์มาตรา 177 นั้นกมธ.ยกร่างฯไม่ได้พูดถึงรายละเอียดมากนัก จึงไม่สามารถระบุได้ว่า 3รัฐมนตรีมีความผิดหรือไม่คงจะต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความให้ชัดเจนจะดีกว่าโดยส่วนตัวเห็นว่ารัฐมนตรีทั้ง 3 คนไม่น่าจะมีความผิด
ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และอดีตเลขานุการ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เจตนารมณ์ของมาตรา 177มุ่งตีความโดยแคบ ป้องกันไม่ให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.โหวตสนับสนุนในเรื่องที่ตัวเองมีส่วนได้เสียโดยเฉพาะในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเองหรือการเสนอกฎหมายที่ตัวเองมีส่วนได้เสียโดยตรง เช่นรัฐมนตรีคนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแล้วเสนอกฎหมายจ่ายเงินให้โรงพยาบาลรัฐมนตรีคนนั้นไม่สามารถลงมติได้ ฉะนั้นการตีความของพรรคฝ่ายค้านจึงกว้างขวางเกินไปไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
"ปริญญา" ชี้อาจเข้าข่ายผิดม.177
ด้านนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า มาตรา 177 วรรคสองเขียนค่อนข้างกว้างความตั้งใจของมาตรานี้คือเรื่องไหนเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ไปพร้อมกันด้วย แล้วรัฐมนตรีคนนั้นมีส่วนได้เสียก็จะถูกห้ามไม่ให้ร่วมยกมือสนับสนุนในฐานะ ส.ส. ในมาตรานี้มี 3 ประเด็นคือการดำรงตำแหน่ง ซึ่งชัดว่าเกี่ยวกับเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจส่วนประเด็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ กับการมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนั้นยังเป็นปัญหา
นายปริญญากล่าวว่า กรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมต้องไปดูว่ามีงบฯที่กระทรวงของ 3รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งอยู่ได้รับจัดสรรหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็ไม่เข้า แต่ถ้ามีตนเห็นว่าน่าจะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและการถอดถอนจากการกระทำผิดดังกล่าวนี้ก็คงต้องพิจารณาเรื่องความจงใจที่จะกระทำผิดด้วยเพราะมาตราดังกล่าวระบุชัดว่าต้องจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญด้วย
"อลงกต"ยันมติพผ.เสนอชื่อกมธ.งบฯ
วันเดียวกัน นพ.อลงกต มณีกาศ รองประธานวิปรัฐบาล กลุ่มวังพญานาคพรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ส.ส.สัดส่วนพรรค พผ. ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 12 ให้ตรวจสอบจริยธรรม นพ.อลงกตที่ไม่ยอมเสนอชื่อ น.ส.จิตวรรณ หวังศุภกิจโกศ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพผ.กลุ่ม 12 เป็น กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมว่าพรรคเรียกประชุมเมื่อวันที่ 26-27 มกราคมและมีมติให้เสนอชื่อนายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ และนายสาธิตเทพวงศ์ศิริรัตน์ ส.ส.สุรินทร์ เป็น กมธ.งบฯในโควต้าของพรรคโดยไม่มีใครพูดถึงชื่อ น.ส.จิตวรรณเลยยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์ ในวันนั้น ส.ส.กลุ่ม 12หลายคนก็เข้าประชุมและรับทราบมติพรรค อาทิ นายสุรเดช ยะสวัสดิ์และนายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา ส.ส.สัดส่วน ฯลฯแม้กระทั่งนายสมเกียรติก็เข้าร่วมประชุมด้วยแต่ไม่อยู่จนจบ
"ถ้านายสมเกียรติไม่พอใจ ทำไมจึงไม่ท้วงติงกันกลางสภาแต่กลับแอบไปติดต่อขอเปลี่ยนชื่อ กมธ.ในโควต้า พผ.กับข้าราชการที่เป็นเลขานุการวิปรัฐบาล ผมขอฝากถึงนายสมเกียรติว่าคนจะเป็นกมธ. ต้องไม่โดดประชุมสภา นี่เพียงวาระแรกก็ไม่เข้าร่วม ไม่โหวตรับหลักการแต่กลับเสนอตัวเป็น กมธ. มันจะชอบธรรมได้อย่างไร" รองประธานวิปรัฐบาลพผ.กล่าว
ขอขอบคุญข้อมูลจาก มติชนออนไลน์
เขียนโดย
sp
ที่
22:56
