พัฒนาอย่างไรให้รู้จัก “พอใจในตัวเอง”
การ เรียนรู้ที่จะ “พอใจในตนเอง” เป็นกระบวนการทางจิตวิทยาเพื่อพัฒนาตนเองและยังเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะนำไป สู่การรู้จัก “นับถือตนเอง” (Self-esteem) และความเชื่อมั่น เพราะตราบใดที่เราสามารถรู้สึกพึงพอใจในตนเองอย่างแท้จริงได้ เราจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขและรู้สึกเต็มยิ่งขึ้นไม่ว่าจะ ต้องประสบกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม ดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราที่ตรัสเรื่องของ “ความพอเพียง” ไว้อยู่เสมอ
มีขั้นตอนที่ไม่ยากเกินไปที่เราสามารถปฏิบัติได้เพื่อให้พอใจในตนเอง ดังนี้
ดูแลเอาใจใส่ตัวเอง ดูเหมือนไม่ยาก แต่กลับไม่ง่ายนักในทางปฏิบัติ ชีวิตประจำวันในทุกวันนี้ ต้องอาศัยวินัยและความหนักแน่นในการควบคุม และเตือนให้เอาใจใส่ตัวเองให้มากขึ้นเสมอ
กินดีให้ได้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ มีคำแนะนำมากมายเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพและการออก กำลังกายสารพัดวิธีที่ดีและเหมาะสม สิ่งที่สำคัญคือ ทำให้ได้และให้เป็นกิจวัตร เพราะวิถีสุขภาพดีนี้ จะนำมาซึ่งความสุขทางกายแล้วส่งผลให้คุณมีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง ทำให้มีความสุขทางใจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณจะสามารถรู้สึกพอใจในตนเองได้
อย่าเผลอลืมผ่อนคลาย แม้คุณจะง่วนอยู่กับงานทั้งวัน แต่ควรหาเคล็ดลับที่ช่วยคลายความเครียดหรือความจำเจมากระตุ้นต่อมเพื่อคลายเครียดบ้าง เช่น หากต้องทำงานกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา อาจหาเว็บไซต์ที่ชวนหัวเราะไว้ในรายการโปรดของคุณด้วย หรือ ตั้งเป็นหน้าแรกไว้ คุณจะได้เริ่มต้นวันด้วยอารมณ์แจ่มใสตั้งแต่เริ่มงาน
ยอมรับว่าใช่ นี่แหละตัวฉัน การ รู้สึกเห็นพ้องอย่างซื่อสัตย์กับใจตนเองต่อบุคลิก ลักษณะนิสัยของคุณเอง เป็นการยอมรับในความเป็นตัวตนของคุณ และมันจะสะท้อนถึงการกระทำและพฤติกรรมที่แท้จริงของคุณออกมา
รู้จักหมั่นคิดสิ่งดี หาสิ่งจรรโลงใจที่จะหล่อหลอมความเป็นคน “คิดดี” ให้กับตนเองเสมอๆ เช่น อ่านหนังสือดีๆ ฟังดนตรีไพเราะ ใฝ่หาและเพิ่มพูนความรู้ที่เป็นประโยชน์และทันสมัยให้ตนเองตลอดเวลา การเรียนรู้ยิ่งมาก ยิ่งเพิ่มความมั่นใจในตนเองตามไปด้วย
หลีกลี้การเปรียบเทียบ เคยลองสังเกตตัวเองางไหมว่าเราชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นโดยไม่รู้ ตัว ทั้งนี้เป็นเพราะแนวโน้มธรรมชาติวิสัยของมนุษย์ โดยเฉพาะการนำจุดด้อยของตนเองไปเปรียบเทียบกับจุดเด่นของผู้อื่น จึงมักก่อให้เกิดความรู้สึกสลดทดท้อในตัวเอง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการพัฒนาตนเองเลยแม้แต่น้อย และควรจำไว้ว่า ไม่ มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องไปพิสูจน์ตัวตนให้คนอื่นเห็นเสมอไป เพราะตัวเราเองที่รู้ดี เป็นตัวของตัวเองแล้วคนอื่นจะเห็นเองไม่ช้าก็เร็ว
จัดระเบียบพัฒนาความพิเศษของตน ฝึกฝนและแบ่งปัน แทนที่จะมัวนั่งเปรียบเทียบกับคนอื่น หันมาค้นหาจุดเด่นที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง ย้ำกับตัวเองเสมอว่า “ทุกคนต้องมีความพิเศษในตัว” ฉะนั้นอย่ามัวซึมเศร้าว่าตัวเราช่างไร้ค่า อะไรก็ไม่เก่ง อะไรก็ไม่เป็น ถ้าคุณมัวแต่คิดเช่นนั้น คุณก็จะเป็นอย่างที่คุณคิด บางคนหาไม่เจอในความพิเศษของตัว ลองเปลี่ยนวิธีหา คิดดูว่า อะไรคือสิ่งที่คุณชอบที่สุด และนั่นล่ะคือสิ่งที่จะทำให้คุณค้นเจอในความพิเศษของตัวเองได้ เมื่อพบแล้ว ต้องหมั่นฝึกฝนพัฒนาให้ดีขึ้นแล้วนำมาแบ่งปันแลกเปลี่ยน ความพิเศษนั้นจะ พิเศษยิ่งขึ้นเพราะได้เป็นประโยชน์กับคนอื่นด้วย ผู้รับก็พึงพอใจและประทับใจในเรา และนั่นเป็นหนทางที่เราจะเกิดความภาคภูมิ และพึงพอใจในตัวเอง
รู้จักหมั่นเรียนรู้ที่จะต่อสู้กับการ “ให้อภัย” เพราะการให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ การ ให้อภัยเป็นกุศลบุญที่สร้างความสุขให้ทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างหนึ่ง รวมถึงการให้อภัยตัวเองเพราะนอกจากจะเป็นการลดภาระอันหนักอึ้งที่สะสมอยู่ใน ใจ คุณจะมีความสุขได้เมื่อรู้สึกว่าใจไม่ติดค้างกับใคร แม้กระทั่งกับคุณเอง
ควรฝึกจิตให้พอใจกับสิ่งใดๆที่ได้รับ หากคุณยังรู้สึกว่าตัวเองยังโชคร้าย ลองคิดทบทวนหรือบันทึกสิ่งดีๆที่คุณได้รับในแต่ละวัน แล้วคุณจะประหลาดใจว่ามากมายสิ่งดีที่ยังผ่านเข้ามาในชีวิต แล้วคุณจะเห็นว่าตัวเองนั้นโชคดีกว่าคนอื่นอีกหมื่นแสนล้านหลายเท่านัก
อย่างไรก็ดี พุทธศาสนสุภาษิตได้กล่าวไว้ว่า “ยัง ลัทธัง เตนะ ตุฏฐัพ พัง” หมายความว่า “ได้สิ่งใดพึงพอใจด้วยสิ่งนั้น” หากทุกคนรู้จักพอและรู้จักประมาณตน นั่นหมายถึงเราได้คิดบวก ชีวิตบวกนั่นเอง
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์
" จงพอใจในสิ่งที่ตนมี "
เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome
This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome
เขียนโดย
sp
ที่
21:49
ฮวงจุ้ยที่นอน....พิจารณาฮวงจุ้ยของตำแหน่งเตียงนอน
1.เตียงนอนใต้ไฟ ศีรษะมีไฟส่อง กระสับกระส่ายไม่สบายตัว
2.เตียงนอนอยู่ใต้คาน ทำให้ต้องรับภาระหนัก มีเรื่องให้แก้ปัญหาเสมอ
3.เตียงนอนมีเสาบังอยู่ทั้ง 2 ข้าง เหมือนถูกบีบจากเสามีแต่เรื่องเครียดอยู่ตลอดเวลา
4.เตียงนอนตรงประตูทางเข้าออก ป่วยออดๆ แอดๆ เสมอ
5.เตียงนอนตรงประตูห้องน้ำ ป่วยด้วยโรคช่องท้อง เช่น มดลูก ท่อปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก อัมพาต
6.เตียงนอนวางลอยๆ กลางห้อง เหมือนเมรุเผาศพ คนเดินผ่านได้รอบข้างเป็นการจัดวาง ที่รับอันตรายได้รอบทิศทางถือว่าไม่เป็นมงคล
7.กระจกแผ่นใหญ่ส่องเตียงนอน ป่วยง่าย ทำให้ตกใจง่าย เหมือนถูกผีหลอกทั้งๆ ที่เป็นตัวเอง การป่วยจะเป็นการป่วยเรื้อรัง
8.วางเตียงนอนไว้ใต้บันได ถือว่ารับแต่ของสกปรก หรืออัปมงคลไว้ตลอดเวลาเป็นลักษณะกดทับแก้ปัญหายาก
9.เตียงนอนใต้แอร์ส่วนหัวเตียง ศีรษะจะถูกกดทับ
10.มีแฟน นอนบนเตียง มักจะนอนไม่ค่อยหลับสนิท แถมโคลงเคลงไปมา จะปวดตามบั่นเอวและแน่นหน้าอก จะปวดหน้าขา แต่ในขณะเดียวกันก็มีการเกร็งช่องท้องเหมือนจะตกจากที่สูงแต่ก็จะรู้สึกสนุกและเสียวไปในตัว ขณะเดียวกันก็จะรู้สึกมึนหัวคล้ายๆกับว่าจะต้องก้มหรือโก้งโค้งอะไรประมาณนั้น บางครั้งถ้าเฮี้ยนมากๆก็จะละเมอร้องครวญครางออกมาไม่เป็นภาษา ..แต่จะมีความสุข แต่ในบางรายที่องค์ลงตัวและจิตอ่อนก็อาจจะมีอาการท้องบวม เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างในและท้องจะโตขึ้นเรื่อยๆจนถึงเดือนที่9 จะมีกุมารหรือกุมารีน้อยมาคอยปกป้องรักษาจิตใจเราให้ดีขึ้น
เขียนโดย
sp
ที่
08:30
