
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ ดาราเดลี่
เป็นข่าวฮือฮาอีกครั้งสำหรับ "มด-คุณัชญา ชัยรัตน์" ที่ก่อนหน้าก็ถูกกระแสคลิปแอบถ่ายขณะอาบน้ำ ไปเต็มๆ ล่าสุดก็เป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อมีภาพหลุดที่สาวมด ไปจูจุ๊บเพื่อนหนุ่มไฮโซรูปหล่ออย่าง "คริส-คริสโตเฟอร์ โรเบิร์ตส" ถูกตีพิมพ์ลงบนนิตยสารดาราฉบับหนึ่ง งานนี้เลยทำให้ชื่อของ คริสโตเฟอร์ โรเบิร์ตส เป็นที่สนใจขึ้นมาเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะ ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปทำความรู้จัก คริสโตเฟอร์ โรเบิร์ตส กันดีกว่า
หนุ่มคริส หรือ คริสโตเฟอร์ โรเบิร์ตส เป็นลูกชายของอดีตเจ้าของเวอร์จิ้นเรดิโอ ปัจจุบันอายุ 17 ปี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นนายแบบไฮโซที่เคยเป็นอดีตแฟนเก่าของหญิงแม้น ม.ร.ว แม้นนฤมาส ยุคล เสียด้วย ก่อนจะมีข่าวว่าสาวมด เป็นมือที่ 3 ทำให้หนุ่มคริสกับหญิงแม้น ต้องสวมคอนเวิร์ส ทางใครทางมัน
หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของหนุ่มคริส กับสาวมดก็พัฒนาขึ้นมาจนสนิทสนมกันเป็นพิเศษ เพราะมีข่าวว่าทั้งคู่ไปช็อปปิ้ง ไปเรียนพิเศษ และไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ ก่อนจะมีข่าวออกมาอีกว่า หนุ่มคริสซึ่งเรียนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยอมที่จะแอดมิชชั่นอีกรอบ เพื่อสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์ ในสถาบันเดียวกัน ตามสาวมดที่ตั้งใจจะสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์เช่นกัน ซึ่งสาวมดก็ออกมาปฏิเสธว่า เพราะคณะอักษรศาสตร์เรียนหนักมาก เลยทำให้หนุ่มคริสเรียนไม่ไหวต่างหาก พร้อมยืนยันว่า เธอกับคริสเป็นแค่เพื่อนที่สนิทที่สุดจริงๆ
"มดว่าเรายังเด็ก อนาคตมดยังเจอคนอีกเยอะ คงไม่คิดจะฝากชีวิตไว้กับใคร มันยังไม่ถึงเวลา มดมองว่าความรักสำหรับมดตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะมี คริสเป็นแค่เพื่อนที่ปรึกษาอะไรกันได้ โอเคยอมรับว่าวัยรุ่นก็ต้องมีบ้าง แต่ยังไม่มีเวลาที่จะมาคิดจริงๆ จังๆ แล้วก็อยากเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยจริงจังกับเรื่องนี้ดีกว่า แต่กับคริส ณ ตอนนี้ ก็เหมือนเพื่อนช่วยเพื่อน ได้คุยกันแล้วสบายใจค่ะ" มด กล่าวยืนยัน
สำหรับการคบหากันของทั้งคู่นั้น ก็อยู่ท่ามกลางกระแสข่าว "แม่ไม่ปลื้ม" เพราะสาวมด ชอบไปเที่ยวดึกๆ ดื่นๆ กับหนุ่มคริส แถมยังมีภาพหลุดของคริสกับมดหอมแก้มกันออกมา รวมทั้งภาพสวีทกันในโรงหนัง จนคุณแม่ปวริษา ชัยรัตน์ แม่ของมดต้องไม่พอใจที่สาวมดรู้จักกับหนุ่มคริส แล้วก็มีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ ก่อนที่สาวมดจะออกมาแก้ข่าวว่า แม่ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับหนุ่มคริสเลย น่าจะเป็นการปล่อยข่าวมากกว่า อีกทั้งเวลาเธอไปไหน แม่ก็จะไปด้วยเสมอ พร้อมกับยืนยันคำเดิมว่า เธอและคริสเป็นแค่เพื่อนกัน
อย่างไรก็ตาม เรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ดูเหมือนจะเงียบไป ก็กลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง เมื่อมีทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวของสาวมดจูจุ๊บกับหนุ่มคริส ลงตีพิมพ์ในหน้านิตยสาร และเผยแพร่คลิปว่อนอินเทอร์เน็ต ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของคนสายตาดีวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นภาพที่ถ่ายกันในห้องนอน ทำให้สาวมดที่รู้เรื่องต้องรีบออกมาแก้ข่าวว่า เป็นภาพที่ถ่ายในร้านอาหาร หาใช่ห้องนอนแต่ประการใด พร้อมกับกล่าวขอโทษคุณแม่ที่ทำให้เสียใจ
ขณะที่หนุ่มคริส ก็รีบออกมาขอโทษครอบครัวของสาวมด และยอมรับว่าเสียใจมากที่ภาพเช่นนี้หลุดออกไป ที่สำคัญ คือ ไม่ได้ต้องการเกาะกระแสใครดัง
"ผมยังไม่เห็นภาพจึงไม่แน่ใจว่าถ่ายช่วงไหน ตามปกติถ่ายคู่กันก็ไม่มีเกินเลย อาจจะถ่ายนานมาแล้วแต่จำไม่ได้ ที่สำคัญยังงงอยู่ว่าจู่ๆ มีรูปหลุดออกมาได้อย่างไร เพราะรูปที่เคยโพสต์ลงใน hi5 ก็เป็นรูปคู่ที่ถ่ายเล่นกันธรรมดาๆ ไม่แน่ใจว่ามีคนมาแฮกข้อมูลในคอมพิวเตอร์ไปหรือไม่ ส่วนจะดำเนินการเช่นไรนั้น ต้องขอดูรูปให้แน่ชัดเสียก่อน ยอมรับว่า เรื่องนี้ตกใจ รู้สึกเสียใจมาก อยากจะขอโทษมดและครอบครัวที่ทำให้เสียหาย ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย เพราะเพิ่งจะรู้จริงๆ ขอยืนยันเราคบกัน เป็นเพื่อนกันด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่คิดว่าจะมาเกาะกระแสดัง เรื่องอะไรแบบนี้ผมคงไม่ทำหรอก มันเสียความรู้สึกและผมไม่คิดอยากจะมาดังอะไรมากมายด้วย" หนุ่มคริส ให้สัมภาษณ์
ส่วนคุณแม่ปวริษาก็ถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นภาพเหล่านี้ และรู้สึกเสียใจกับภาพที่ออกมา แต่เชื่อว่าเป็นเพราะสาวมดยังเด็กอยู่ และเป็นคนขี้เล่น ถ่ายรูปกันสนุกๆ ไม่ได้คิดอะไร ทั้งนี้ก็ยืนยันว่าจะกลับไปสอนลูกสาวใหม่ เรื่องการคบหาเพศตรงข้าม เพื่อจะได้ไม่มีเรื่องเช่นนี้ออกมาอีก
"เพิ่งเห็นภาพเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ในฐานะของคนเป็นแม่ ก็รู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากน้องมดยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ดังนั้นคุณแม่จึงมีหน้าที่ที่จะต้องค่อยๆ อบรมและสั่งสอนน้อง สำหรับการคบเพื่อนต่างเพศในกรณีนี้ ก็มีการพูดคุยกับน้องและพยายามให้ทั้งคู่ห่างกันมาประมาณสองเดือนแล้ว"
เฮ้อ... แต่ว่าเห็นภาพสนิทสนมกันขนาดนี้แล้ว ใครจะคิดอย่างไร ก็ต้องพิจารณากันเอาเองแล้วล่ะจ้ะ
เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome
This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome
เขียนโดย
sp
ที่
03:48
เราอาจจะทราบกันดีว่าการฟังเพลงเสียงดังๆ หรืออยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังนั้นจะส่งผลเสียต่อการได้ยินแล้วแต่วันนี้เราจะบอกคุณว่า การฟังเสียงดังยังส่งผลร้ายมากกว่านั้น เพราะอาจทำให้ปอดล้มเหลวได้
คณะผู้เชี่ยวชาญได้เขียนรายงาน Thorax โดยกล่าวถึงกรณีของผู้ที่มีประสบการณ์ปอดล้มเหลวเพราะชอบฟังเพลงดังๆ 4 ราย ทั้งนี้อาการปอดล้มเหลวที่เกิดจากการฟังเพลง ฟังดนตรีเสียงดังนี้วงการแพทย์เรียกว่าอาการนูโมโธแรกซ์
ชายคนหนึ่งมีประสบการณ์ในการเป็นนูโมโธแรกซ์ขณะกำลังขับรถ ซึ่งจู่ๆ เขาก็เกิดหายใจติดขัดและเจ็บหน้าอกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทว่าแพทย์ได้เชื่อมโยงอาการของเขากับลำโพงเสียงเบสที่ได้มีการติดเพิ่มเติม ในรถของเขาเพื่อให้เครื่องเสียงในรถมีพลังเสียงมากขึ้น
อาการนูโมโธแรกซ์จะเกิดขึ้นเมื่ออากาศเข้าไปแทรกตัวในช่องว่างระหว่างปอดกับพังผืดซึ่งห่อหุ้มปอดไว้ โดยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีรอยแยกขนาดเล็กที่ผนังปอด ซึ่งวงการแพทย์คิดว่าการถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงและถี่ๆ เช่นการฟังเพลงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยแยกในปอด เพราะอากาศและเนื้อเยื่อในปอดจะตอบสนองต่อปฏิกิริยาทางเสียงแตกต่างกัน
ตามปกติ ความเสี่ยงที่จะมีอาการปอดล้มเหลวมักจะมีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ หรืออาการเจ็บป่วยที่ทำให้ผู้ป่วยอ่อนแอลง การเป็นโรคที่เกี่ยวกับปอดอย่าง เรื้อรัง หรือการใช้ยาหรือสารที่มีฤทธิ์ระงับความตื่นตัวและยากดประสาท
เช่น ยานอนหลับ บาบิทูเรต ยาสลบ หรือแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม แม้อาการปอดล้มเหลวที่เกิดจากการฟังเพลงเสียงดังจะเป็นกรณีที่ไม่ค่อยเกิด ขึ้นก็ตาม แต่อาการดังกล่าวก็สามารถส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่ เพียงพอ และชีวิตของผู้ป่วยก็จะตกอยู่ในอันตราย
ดร.จอห์น ฮาร์วีย์ จากโรงพยาบาลเซาท์มีด ในบริสทอล ซึ่งเขียนรายงาน Thorax ร่วมกับคณะนักวิจัยจากประเทศเบลเยียม กล่าวกับทางบีบีซีว่า เขาไม่คิดว่าจะมีใครสามารถยับยั้งไม่ให้คนไปสโมสร หรือไปตามสถานที่ที่มีเสียงดังๆ ได้ แต่เราอาจจะแนะนำผู้คนให้หลีกเลี่ยงการยืนใกล้ๆ
คนที่พูดเสียงดังหรือไม่แต่งเติมเครื่องเสียงในรถจนมากเกินไป
"อาการปอดล้มเหลวที่เกิดจากการฟังเพลงดังนั้นมักจะเกิด กับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า และอาการเจ็บปวดของโรคนูโมโธแรกซ์ก็มักจะเกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในสโมสร หรืออยู่ใกล้ๆ ลำโพงเสียงเบสขณะกำลังชมคอนเสิร์ต"
เครดิต: http://hits4teen.com/viewthread.php?tid=957
เขียนโดย
sp
ที่
00:10
