เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome

Download Browsing Click Here

This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome

“อ๋อย”แขวะ“มาร์ค”แจงทูตน้ำขุ่นๆ

|



วันนี้ (30พ.ค.) ที่โรงแรมเรดิสัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตยในฐานะอดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวแสดงความเห็นต่อแนวทางการแก้ไขวิกฤตประเทศของรัฐบาลว่า นายกรัฐมนตรีใช้คารมโวหารแก้ปัญหาเอาตัวรอดไปวันๆ และมีบทบาทอย่างสำคัญที่ทำให้แผนปรองดองของรัฐบาลกลับเป็นเรื่องลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่มีวันจะปรากฏเป็นจริงขึ้นได้ แต่กลับจะทำให้บ้านเมืองยิ่งแตกแยกและวิกฤตยิ่งซึมลึกไปเรื่อย การที่นายรัฐมนตรีอาศัยการชี้แจงต่อทูตและผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่เป็นการแก้ตัวอย่างน้ำขุ่นๆฟังไม่ขึ้น ตอบไม่ตรงประเด็นโดยเฉพาะการสร้างความปรองดอง แต่กลับนำมาฟอกตัวเองโดยพูดแทนทูตทั้งหลายว่าฟังแล้วเข้าใจดี ทั้งๆที่สังเกตจากคำถามก็แสดงให้เห็นว่ายังมีคำถามใหญ่ๆที่ทูตหลายประเทศยังห่วงใยไม่สบายใจ และในการชี้แจงครั้งนี้นายกรัฐมนตรียังได้ฉวยโอกาสแก้ต่างแทนทหารว่าไม่ได้ยิงประชาชน ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรียืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลไม่ผิดเลย แล้วยังจะตรวจสอบข้อเท็จจริงไปเพื่ออะไร นายจาตุรนต์ กล่าวว่า หากจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้น คณะกรรมการฯชุดนี้ควรตรวจสอบ ศึกษาวิเคราะห์ถึงต้นเหตุวิกฤตของประเทศที่นำมาสู่การชุมนุมและเกิดความสูญเสียในที่สุด แต่การตั้งคณะกรรมการจะให้เป็นที่ยอมรับของหลายๆฝ่ายและสังคมโดยรวมนั้นเป็นเรื่องยาก นายกรัฐมนตรีเองก็เป็นคู่กรณีโดยตรงและยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วย การให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบจึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะได้คนที่เป็นที่ยอมรับ ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นนายกรัฐมนตรี และยังกำกับสั่งการทั้งตำรวจ ดีเอสไอ และอีกหลายหน่วยงานที่มีส่วนทำให้เกิดปัญหาหรือเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยในความเป็นกลาง นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นนั้น นับเป็นโอกาสเดียวในรอบ 2 - 3 เดือนที่ผ่านมา ที่ประชาชนจะมีโอกาสรับฟังข้อมูลความคิดเห็นที่แตกต่างจากที่รัฐบาลเสนอมาแต่ฝ่ายเดียวโดยตลอด แต่การอภิปรายในครั้งนี้จะคาดหวังผลมากนักก็คงไม่ได้เพราะรัฐบาลได้ครอบงำความคิดของสังคมไปมากจากการแทรกแซงสื่ออย่างได้ผล นอกจากนี้รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ยังแสดงท่าที่จะขัดขวาง ปิดกั้นการเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยอ้างเหตุผลความเหมาะสมที่ฝ่ายเสียงข้างมากจะเป็นผู้ตัดสิน โดยเฉพาะรูปภาพและคลิปวีดีโอที่ประชาชนไม่มีโอกาสได้เห็นมาก่อน ก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้นำเสนอ ส่วนการอภิปรายจะมีผลอย่างไร ทำให้เกิดการปรับครม.หรือไม่นั้น คิดว่าเป็นการบิดเบือนประเด็นของนายกรัฐมนตรี การปรับครม.เป็นเพียงการจัดสรรผลประโยชน์กันใหม่ ที่พรรคประชาธิปัตย์มีอำนาจต่อรองมากขึ้นเท่านั้น เพราะความจริงแล้วผู้สมควรโดนปรับออกมากที่สุดคือนายกรัฐมนตรี ยังอยู่ในตำแหน่งก็ไม่มีทางที่จะทำให้เกิดการปรองดองได้จริง มีแต่จะทำให้สังคมไทยยิ่งแตกแยกมากขึ้น ไม่มีสิ้นสุด.


ที่มา : http://news.impaqmsn.com/articles.aspx?id=330201&ch=pl1

0 ความคิดเห็น:

search

search this site the web
search engine by freefind

ฝากไฟล์

YOUR IP