เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome

Download Browsing Click Here

This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome

ข้อคิดจากเหรียญสลึง

|


คุณค่าของงานเหรียญสลึง

โดย.. สุณิสา ม่วงสุขศรี

เมื่อมีเวลาว่าง ผู้เขียนชอบมานั่งคุยกับหัวหน้า (บางทีก็ดูเหมือนทะเลาะกันซะมากกว่า) มันรู้สึกว่าเราได้ข้อคิดดีๆ แล้วก็นำไปใช้ได้หลายต่อหลายเรื่อง ท่านผู้อ่านลองหาเวลาพูดคุยกับใครสักคน อาจจะเป็นหัวหน้าหรือคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้ แล้วท่านจะรู้ว่า บางเรื่องที่คุยกันธรรมดานั้น อาจแฝงไปด้วยข้อคิดที่ดี อย่างในวันนี้ผู้เขียนก็มีเรื่องเหรียญมาเล่าให้ฟัง

เหรียญสลึงหรือเหรียญบาท ที่เรามักมองว่ามีค่าราคาน้อย และเราก็ไม่ค่อยใส่ใจว่ามีมันอยู่ในมือ แต่พอนำมารวมกัน เช่น ในกระปุกออมสิน จะเห็นว่าเหรียญที่แทบหามูลค่าไม่ได้นั้น กลายเป็นจำนวนเงินก้อนโตจนเราคาดไม่ถึงก็ได้

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่มีโอกาสได้นั่งคุยกับหัวหน้า จำไม่ได้ว่ากำลังคุยกันถึงเรื่องอะไร แต่ก็คงจะต้องเกี่ยวข้องกับคำถามนี้แน่ ๆ หัวหน้าถามว่า "ทำงานมาตั้งนาน ได้อะไรกลับไปบ้างหรือยัง?" ไม่เข้าใจว่าหัวหน้าต้องการให้ตอบอะไร หรือคาดหวังว่าเราต้องได้อะไรในการที่เรามาทำงานกับเขา ซึ่งพอเขาถามก็ตอบไปว่า "ยังไม่ได้อะไรเลย" ที่ตอบแบบนั้นเพราะเห็นว่า ตั้งแต่มาทำงาน ยังไม่เคยทำอะไรสำเร็จตามเป้าหมายเป็นชิ้นเป็นอันสักครั้ง แถมงานที่ให้ทำยังมีข้อผิดพลาดตลอด

ช่วงแรกๆ ที่เข้ามาทำงาน ผู้เขียนได้รับมอบหมายงานที่เกี่ยวกับการพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์เอกสาร ข้อมูลรายชื่อลูกค้า และอื่นๆ อีกมากมาย (จิ้มซะเมื่อยนิ้วเลย) ส่วนใหญ่ก็จะทำแต่แบบนี้ มีช่วงหลังๆ หัวหน้าลองให้เขียนหลักการและเหตุผลของหลักสูตรสัมมนา เราก็พยายามเขียนอย่างดีที่สุดเหมือนกับสมัยเรียน (ส่งอาจารย์ทีไรก็ได้คะแนนเต็มทุกที) พอเขียนเสร็จก็เอามาให้หัวหน้าดู เขาบอกคำเดียวสั้นๆ "ใช้ไม่ได้" ให้ไปลองเขียนมาใหม่ (เราก็ว่าเขียนดีที่สุดแล้วนะ) จำได้ว่างานนั้นเขียนแก้อยู่ตั้ง 4-5 รอบ ก็ยังไม่ถูกใจหัวหน้า (สุดท้ายหัวหน้าก็ต้องเป็นคนเขียนเองทั้งหมด)

นอกจากนี้ บางครั้งก็ได้รับมอบหมายให้ไปส่งไปรษณีย์ ไปยื่นแบบภาษีฯ ที่สำนักงานเขต หรือไม่ก็ให้ไปฝาก-ถอนเงินที่ธนาคาร ฯลฯ ซึ่งงานเหล่านี้ผู้เขียนเองก็ไม่เคยทำมาก่อน แรกๆ ก็งงๆ เหมือนกัน พอไปหลายครั้งเข้า ก็เริ่มรู้ทาง

แต่โดยรวมๆ แล้ว ผู้เขียนรู้สึกว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักที แค่ไปตามสถานที่ต่างๆ ตามที่เขาสั่ง แล้วก็ไปยื่นเอกสารเท่านั้น (แล้วมันได้อะไรตรงไหนล่ะ) นี่แหละคือเหตุผลที่ตอบหัวหน้าไปว่า "ยังไม่ได้อะไรเลย"

หัวหน้าบอกว่า "อย่าเพิ่งมองสิ่งที่ได้รับมอบหมายว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ใหญ่โตเสมอไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำในแต่ละวัน แม้เป็นสิ่งเล็กๆ แต่มันก็ได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งเหล่านั้นมิใช่เหรอ พอเอามารวมๆ กัน ก็น่าจะได้อะไรตั้งเยอะแยะ" ด้วยความที่ไม่เข้าใจว่า หัวหน้ากำลังบอกอะไร ก็ชิงแย้งไปทันทีว่า "แค่นี้นะเหรอ...ที่ว่าได้อะไรตั้งเยอะแยะน่ะ"

ถามสั้นๆ ตอบสั้นๆ แต่ก็เป็นเรื่องขึ้นมาทุกที หัวหน้าบอกว่า "เธอเป็นคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเหรียญสลึง หรือแม้กระทั่งเหรียญบาทที่ได้รับทุกวัน ไม่เคยใส่ใจ ไม่เห็นคุณค่า แต่ถ้าเธอเก็บเหรียญเหล่านั้นหยอดกระปุกทุกวัน วันหนึ่งที่เธอทุบกระปุกออกมาจะพบว่ามีเงินจำนวนมากในกระปุกใบนั้น"

หัวหน้าอธิบายต่อว่า "เวลาเธอทำงานส่งอาจารย์ ส่งแล้วก็แล้วกันใช่มั๊ย? เคยมีอาจารย์คนไหนมาสาธยายให้ฟังมั๊ยว่า งานของเธอดีหรือไม่ดีอย่างไร ต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไรอีก ซึ่งเธอไม่มีโอกาสรู้ว่าสิ่งที่เธอทำไปนั้นเป็นอย่างไร" ผู้เขียนลองคิดตามก็เห็นจริงดังที่หัวหน้าบอก

"แรกๆ เธอต้องเขียนแก้งานมาส่งพี่ 4-5 ครั้ง เดี๋ยวนี้..อย่างมากก็แค่ 2 ครั้ง ถามว่าแบบนี้มีพัฒนาการเกิดขึ้นกับเธอหรือเปล่า"

"เธอไม่เคยไปทำธุรกรรมใดๆ ที่ธนาคารมาก่อน วันนี้เธอได้ทำ และเริ่มทำได้คล่องแคล่วขึ้น เธอเคยเรียนมาว่า บริษัทธุรกิจจะต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคม หรือต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีซื้อ-ภาษีขายในแต่ละเดือน นั่นมันทฤษฎี แต่ถึงวันนี้เธอได้ไปยื่นมาแล้วจริงๆ เธอรู้ว่าต้องไปที่ไหน ไปติดต่อช่องไหน

เอาเอกสารอะไรไปบ้าง ซึ่งเพื่อนๆ เธออีกหลายคนยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำ แบบนี้ถามว่า เธอยังไม่ได้อะไรจากการทำงานอีกเหรอ"

หัวหน้าสรุปส่งท้ายว่า "ถ้าสิ่งเหล่านี้เธอยังรู้สึกว่าไม่ได้อะไร ก็เหมือนกับเธอมองข้ามเหรียญสลึงเหรียญบาท เธอคาดหวังอยากจะได้แต่แบงค์ห้าร้อยหรือแบงค์พัน ซึ่งจะได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เศษเหรียญที่เธอทิ้งๆ ไปนั้น ตอนนี้อาจจะมีมูลค่ารวมกันเกินหนึ่งพันบาทแล้วก็ได้" หัวหน้ายังบอกอีกว่า ให้ผู้เขียนลองยกตัวอย่างที่รู้สึกว่าเป็นงานแบงค์ห้าร้อยหรือแบงค์พันให้ฟังหน่อยซิ แต่ผู้เขียนก็นึกไม่ออกเหมือนกัน

สุดท้ายผู้เขียนก็พบความจริงที่ว่า งานที่เราทำจนชินทุกวันนั้น ดูเผินๆ เหมือนว่าไม่เห็นจะได้เรียนรู้อะไรเลย ทั้งยังรู้สึกว่าไม่ได้อะไรจากการทำงานสักทีนั้น ขอบอกว่าคนที่คิดแบบนี้ คุณกำลังมองข้ามประสบการณ์ที่คุณได้เก็บสะสมอยู่ทุกวันไป ในอนาคตคุณอาจจะเปิดกิจการหรือทำธุรกิจเป็นของตัวเอง สิ่งแรกที่คุณจะนึกถึง อาจเป็นสิ่งที่คุณบอกว่าคุณไม่เคยได้อะไรจากงานที่คุณทำก็เป็นได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ มันย่อมจะมีคุณค่าในตัวของมัน และอาจจะยังมีคุณค่าต่อคนอีกหลายๆ คน อย่างเรื่องที่เล่ามานี้มองได้หลายแง่มุม ถ้าจะมองกันในแง่ของพนักงานอยากให้คิดว่า สิ่งที่ทำอยู่เป็นการฝึกฝน เพื่อให้เกิดความชำนาญและกลายเป็นประสบการณ์ของเราต่อไป ซึ่งจะค่อยๆ ซึมซับไปแบบไม่รู้ตัว ส่วนในแง่ของหัวหน้างาน งานเล็กๆ ที่พนักงานทำ ก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรต่อองค์กร เพราะงานเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้น หัวหน้าคนเดียวก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วงไปได้ หรืออาจจะต้องเสียเวลามากจนไม่มีเวลาไปคิดงานใหญ่ ดังนั้น สรุปก็คือ ไม่ว่างานเล็กงานใหญ่ ถ้าตั้งใจทำ...ก็จะสามารถทำได้ดี ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ต่อตนเอง และอาจจะนำมาซึ่งภารกิจที่ยิ่งใหญ่สำหรับองค์กรในอนาคตก็เป็นได้

บทความใน e-HRIT

1 ความคิดเห็น:

เรียนต่อต่างประเทศ กล่าวว่า...

ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล

search

search this site the web
search engine by freefind

ฝากไฟล์

YOUR IP