เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome

Download Browsing Click Here

This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome

น้ำเหนือมาแล้ว-อีก2วันทะลักถึงกรุง!

|


วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7264 ข่าวสดรายวัน


16จังหวัด จมบาดาล ช่วยระทึก 6พันชีวิต รพ.โคราช

น้ำเหนือไหลทะลักเข้ากรุงเทพฯ แน่ภายในวันที่20 ต.ค.นี้ เพราะเขื่อนเจ้าพระยากับเขื่อนป่าสักจำเป็นต้องระบายน้ำ กทม.สั่งเตรียมรับมือด่วน ด้านอ.ท่าเรือ อยุธยา ได้รับผลกระทบแล้ว หลังเกิดน้ำท่วมสูงร่วม 2 เมตร เดือดร้อนนับหมื่นครอบครัว เช่นเดียวกับปทุมฯ ที่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าสามโคก กรมชลฯ สรุป 16 จังหวัดทั่วประเทศเผชิญอุทกภัยจมบาดาลไปตามๆ กัน ที่โคราชสาหัสสุด พบผู้เสียชีวิต 4 ราย ส่วนในเขตอำเภอเมืองมีผู้ป่วย ประชาชน แพทย์ และพยาบาลโดนน้ำล้อมรอบเหมือนติดเกาะติดค้างอยู่ใน 2 ร.พ.ใหญ่ถึง 6 พันคน นายกฯ ได้ฤกษ์รุดลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์ด่วน เตือนอิทธิพลพายุ 'เมกี' พาฝนถล่มซ้ำบางจังหวัด ขณะที่ร่องมรสุมจ่อเคลื่อนเข้าสู่ภาคใต้

-เตือนใต้รับมือฝนถล่ม

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายต่อศักดิ์ วานิชขจร รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ฝ่ายวิชาการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดขณะนี้เป็นสถานการณ์ปกติของทุกปี ตัวการคือหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ซึ่งขณะนี้เคลื่อนตัวไปทางประเทศพม่าแล้ว ทำให้ฝนเบาบางลง โดยช่วงวันที่ 18-19 ต.ค.นี้ อาจมีฝนตกหนักในภาคตะวันตกของประเทศไทย อาทิ จ.สุพรรณบุรี จ.อุทัยธานี จ.กาญจนบุรี ส่วนภาคอีสานตอนล่าง เช่น จ.นครราชสีมา จะยังมีฝนอยู่ แต่เบาบางลง ขณะที่น้ำป่ายังไหลมาสมทบอยู่ ทำให้ระดับน้ำทรงตัว แต่วันที่ 19 ต.ค. อากาศจะเริ่มดีขึ้น เช่นเดียวกับทางตอนบนของประเทศที่ฝนจะเบาบางลง และอุณหภูมิจะลดต่ำลงอีก 1-2 องศา บริเวณจ.เชียงราย เชียงใหม่ หนองคาย สกลนคร

นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า ระยะนี้ร่องมรสุมจะเคลื่อนตัวมาทางภาคใต้ ทำให้ตั้งแต่จ.ประจวบคีรีขันธ์ถึงสุราษฎร์ธานี ต้องระมัดระวังฝนตก หนัก และน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งทะเลในอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค.เป็นต้นไป ขณะเดียวกันมีพายุไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวจากประเทศฟิลิปปินส์เข้ามาทางทะเลจีนใต้ แต่อาจเปลี่ยนทิศทางไปทางภาคใต้ของจีน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีอากาศหนาวเย็นขึ้น และมีฝนตกในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย

"สำหรับฤดูหนาวในปีนี้ อากาศหนาวมาเร็วกว่าทุกปี คือเข้ามาประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว และวันที่ 19 ต.ค.นี้ จะเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง แต่ยังไม่หนาวจัด แต่จะหนาวมากก็ในช่วงเดือนธ.ค. ไปแล้ว" รองอธิบดีกรมอุตุฯ ระบุ

-น้ำท่วมลาม16จังหวัด

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรม ชลประทาน แถลงว่า รายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 18 ต.ค. พบว่า มีพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม 16 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ลพบุรี สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก สระแก้ว ปราจีนบุรี ระยอง นครราชสีมา และศรีสะเกษ ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำจำนวน 1,200 เครื่องเพื่อช่วยเหลือเกษตร กรตามจังหวัดต่างๆ

สำหรับรายงานความเสียหายจากอุทกภัยช่วงวันที่ 1-18 ต.ค.53 พบว่ามีพื้นที่เพาะปลูกที่ถูกน้ำท่วมจำนวน 1,422,237 ไร่ ประมาณการมูลค่าความช่วยเหลือวงเงิน 936 ล้านบาท

-ระบายน้ำเขื่อนป่าสัก

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำฯ แถลงด้วยว่า ตามที่ได้เกิดสภาวะฝนตกหนักในหลายพื้นที่ภาคกลางตั้งแต่ 14-16 ต.ค. จาก การติดตามสภาพฝนในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำป่าสัก มีฝนตกสะสม 3 วัน ในเขต จ.นครสวรรค์ วัดได้ 104 มิลลิเมตร จ.ลพบุรี วัดได้ 253.60 มิลลิเมตร และจ.เพชรบูรณ์ วัดได้ 174.50 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องเร่งพร่องน้ำทั้งเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในระดับที่ไม่ให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ กอปรกับช่วงวันที่ 16-22 ต.ค. เป็นช่วงที่น้ำทะเลยังไม่หนุนสูง จึงเป็นโอกาสเร่งพร่องน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลได้มากขึ้น โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ตลอดลำน้ำจนถึงตอนล่างในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

สำหรับช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. ซึ่งจะเป็นช่วงที่เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุดนั้น กรมชลประ ทานจะปรับแผนด้วยการลดการระบายน้ำให้สัมพันธ์กับน้ำทะเลหนุนสูง โดยไม่ให้ส่งผลกระทบในลุ่มน้ำ ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ทำหนังสือแจ้งถึงสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไปยังจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อให้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักทราบถึงสถานการณ์น้ำในระยะนี้แล้ว

-20 ต.ค.น้ำเหนือทะลักกทม.

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า มอบให้สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) เปิดศูนย์รับบริจาคเงินและบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือที่กำลังจะไหลเข้ามาในพื้นที่กทม. มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) เฝ้าระวังพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยจุดน่าเป็นห่วงคือชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำเจ้าพระยา 27 ชุมชน กว่า 1,300 หลังคาเรือน

นายสัญญา ชีนิมิตร ผอ.สนน. กล่าวว่า กทม.เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือไหลหลาก ตั้งแต่เมื่อ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานว่าปริมาณน้ำเหนือจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยา 1,096 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีอัตราระบายน้ำที่ 2,217 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะมีปริมาณน้ำเหนือไหลหลากเข้ากทม. 3,313 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน หรือประมาณช่วงบ่ายของวันที่ 20 ต.ค. น้ำจึงจะไหลลงมาถึงกรุงเทพฯ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานเขต 13 เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำ 157 แห่งและประตูระบายน้ำอีก 214 แห่ง คาดว่าจะสามารถรับมือได้ ส่วนจุดอ่อนน้ำท่วมในพื้นที่ชั้นในที่กระทบกับปริมาณน้ำฝน เช่น รัชดาฯ ลาดพร้าว บางนา ศรีนครินทร์ มีหน่วยปฏิบัติการน้ำท่วมเคลื่อนที่เร็วระบายน้ำในช่วงฝนตกหนักอยู่แล้ว

-ปิดเส้นทางเดินป่าเขาใหญ่

นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและเกิดน้ำป่าไหลหลากจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านในเขตอ.ปากช่อง และอ.สีคิ้ว จ.นคร ราชสีมา รวมถึงพื้นที่แถบกบินทร์บุรี จ.ปราจีน บุรี ล่าสุดกรมอุทยานฯ กำชับเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือชาวบ้านรอบพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบนเขาใหญ่ยังคงเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตามปกติ แม้ขณะนี้จะมีคำสั่งปิดเส้นทางเดินทางป่าบนเขาใหญ่ รวมทั้งน้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกกองแก้ว และกิจกรรมล่องแก่งหินเพิงไปชั่วคราว เพราะที่ผ่านมาปริมาณฝนตก หนักเกิน
สังเวยน้ำ - นายพร้อม กุศลส่ง ขับรถไปกับนางดวงกมล มารินันท์ ถูกน้ำ ป่าพัดตกถนนใน จ.ลพบุรี สูญหายไป 2 วัน เจ้าหน้าที่กู้รถขึ้นมาได้ พบเสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 18 ต.ค.


100 ม.ม. และอาจมีน้ำป่าไหลหลากเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว
สังเวยน้ำ - นายพร้อม กุศลส่ง ขับรถไปกับนางดวงกมล มารินันท์ ถูกน้ำ ป่าพัดตกถนนใน จ.ลพบุรี สูญหายไป 2 วัน เจ้าหน้าที่กู้รถขึ้นมาได้ พบเสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ 18 ต.ค.



นายสุนันต์ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจผลกระทบบนเขาใหญ่ พบมีดินถล่มเป็นระยะทาง 40 เมตรไหลลงมาปิดเส้นทางขึ้นอุทยานเขาใหญ่ ห่างจากด่านเก็บเงินราว 3 ก.ม. แต่เจ้าหน้าที่ได้เก็บดินที่ร่วงออกจากพื้นที่ไปแล้ว ขณะที่อุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีความเสี่ยง อาทิ น้ำตกและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล ได้กำชับให้หัวหน้าอุทยานและเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวมากขึ้น

-ชี้เหตุน้ำทะลัก'เขาใหญ่'

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนายโชคดี ปรโลกานนท์ ประธานกลุ่มอนุรักษ์เขาแผงม้า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อสอบถามถึงเหตุน้ำท่วมหลายพื้นที่ในจ.นครราชสีมา ที่วิกฤตอยู่ในขณะนี้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร นายโชคดี อธิบายว่า เรื่องการตัดไม้ทำลายป่าไม่น่าเป็นประเด็น เพราะปัจจุบันน้อยลงแล้ว แต่ปัญหาเรื่องน้ำท่วมอาจจะสรุปได้ คือ 1.ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมามีจำนวนมากกว่าปกติ 2.พอหลุดจากพื้นที่ป่าไปแล้ว พื้นที่รับน้ำซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ที่ประชาชนถือครองทำการเกษตรพืชเชิงเดี่ยวอย่าง ข้าวโพด อ้อย และไม้ยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นรูปแบบที่ไม่เอื้อต่อการกักเก็บน้ำ ที่สำคัญพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีต้นไม้ 3.ร่องน้ำลำธารคลองต่างๆ ตื้นเขิน 4.น้ำเมื่อลงจากป่าผ่านพื้นที่การเกษตรมาลงพื้นที่ทุ่งนา กลับถูกปิดกั้นด้วยสิ่งต่างๆ ที่ขวางทางน้ำตามธรรมชาติ อาทิ ถนน อาคาร ที่อยู่อาศัย ทำให้น้ำถูกบีบให้เหลือพื้นที่น้อยลง เพราะฉะนั้นวิกฤตการณ์ครั้งนี้จึงมองด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ ต้องมองภาพรวม

"ปัจจุบันการแอบตัดไม้ในป่าอนุรักษ์ลดน้อยลง ที่เราต้องดูคืออัตราส่วนพื้นที่กักเก็บน้ำว่าเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้พื้นที่รับน้ำมีมากกว่าพื้นที่เก็บน้ำ จะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ที่หลุดจากอุทยานฯ เขาใหญ่ไปแล้วจะเป็นที่อยู่อาศัยกับพื้นเกษตรทั่วไป ซึ่งกักเก็บน้ำไม่ได้ เมื่อฝนตกน้ำปริมาณมากจึงลงมาอย่างรวดเร็ว" นายโชคดี ตั้งข้อสังเกต

-'เขื่อน'กักน้ำได้น้อยลง

นายโชคดี ชี้ด้วยว่า อีกปัญหาที่เรามองไม่เห็นคือความสามารถของเขื่อนในการกักเก็บน้ำไม่มีประสิทธิภาพเท่าเดิมแล้ว เนื่องจากชาวบ้านปรับเปลี่ยนรูปแบบการเกษตรเป็นไถพรวน ทำให้ตะกอนเหล่านี้สะสมอยู่ในเขื่อนเป็นจำนวนมาก เมื่อน้ำลงไปในเขื่อนก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เท่าเดิม เมื่อเต็มเร็วจึงต้องปล่อยน้ำออกมา จากการที่ตนตระเวนดูตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. เป็น ต้นมา เห็นได้ชัดว่าว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นตัวทำให้พื้นที่รับน้ำถูกบีบ อย่างที่อ.สูงเนินนี้ชัดเจน ถนน บายพาสที่ตัดใหม่บีบน้ำทำให้น้ำทะลักขึ้นมาบนถนนมิตรภาพ

"ที่ผ่านมาพอสร้างเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิงจึงคิดว่าฝนตกเท่าไหร่เขื่อนสามารถรองรับน้ำได้ ฉะนั้นเวลาสร้างสิ่งปลูกสร้างจึงไม่คำนึงถึงปัญหาว่าถ้าเขื่อนรับน้ำไม่ไหวอะไรจะเกิดขึ้น อย่างอ.ปักธงชัย ซึ่งอยู่ในความประมาทเพราะคิดว่ามีเขื่อนลำพระเพลิงที่รองรับน้ำได้อยู่แล้ว น้ำท่วมหนักในวันนี้จึงเป็นตัวบ่งบอกว่า วันหนึ่งถ้าเขื่อนไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ จะเกิดปัญหาอย่างวันนี้" ประธานกลุ่มอนุรักษ์เขาแผงม้า กล่าว

-'มาร์ค'ตรวจเยี่ยมโคราช

ด้านสถานการณ์ในจ.นครราชสีมา ซึ่งประสบอุทกภัยอย่างรุนแรง เพราะรับน้ำป่าจากทั้งเขาใหญ่และน้ำลำตะคองล้นตลิ่ง เวลา 15.20 น. ที่ห้องประชุมหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 9 ชั้น ร.พ.มหาราชนครราช สีมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจพื้นที่ และร่วมประชุมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและวางแผนแก้ไขปัญหา ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ ว่า รัฐ บาลจะพยายามระดมทรัพยากรช่วยเหลือผู้ประ สบภัยเพิ่มเติมจากนอกพื้นที่เข้ามาสมทบ เช่น เรือท้องแบน และเร่งให้การช่วยเหลืออื่นๆ ที่มีความจำเป็น รวมทั้งเปิดรับบริจาคสิ่ง ของช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งภายในคืนนี้ได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จ.นครราชสีมา กำหนดจุดรับการช่วยเหลืออย่างชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากข้อมูลพยากรณ์อากาศกรมอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีฝนตกลงมาเพิ่ม และมีพายุเข้ามาอีกระลอก ฉะนั้นต้องมีการเตรียมวางแผนการสำรองไว้อย่างชัดเจน เช่น โรงพยาบาลต้องมีแผนการอพยพผู้ป่วยทุกประเภทที่จะกำหนดช่องทางส่งไปรักษาที่อื่น เช่น สถานพยาบาลใน จ.ขอนแก่น สระบุรี และลพบุรี สำหรับปัญหาการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่ไม่ทันการณ์ต่อการแก้ปัญหาด้านต่างๆ ของพี่น้องประชาชน ต้องทบ ทวนกันอีกครั้งหนึ่งว่าปัญหาการคาดการณ์สถาน การณ์ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามคาดนั้นเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด

"คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงคลี่คลายลงในเร็ววันนี้ แต่ความเป็นจริงไม่เป็นอย่างที่คาดไว้ เราต้องทำใจยอมรับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีปริมาณน้ำท่วมขังมากและรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี" นายกฯ ระบุ

-6 พันชีวิตติดอยู่ใน 2 ร.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีโรงพยา บาลเซนต์แมร์รี่ และโรงพยาบาลมหาราชนคร ราชสีมา สถานพยาบาลสำคัญสองแห่งในเขต อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งถูกน้ำลำตะคองทะลักเข้าท่วมขังสูงเกือบ 2 เมตร ว่า ระดับน้ำท่วมสูงจนถึงชั้น 1 ของโรงพยาบาล ทั้งห้องโอพีดี ตรวจรักษาคนไข้นอก โรงอาหาร โรงซักฟอก ศูนย์มะเร็ง ห้องดับจิตเก็บศพถูกท่วมทั้งหมด บรรดาแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยต่างไม่มีอาหารเเละน้ำดื่ม ประกอบกับภาย ในโรงพยาบาลมีระดับน้ำท่วมสูงมาก แม้แต่รถขนาดใหญ่ยังไม่สามารถเข้าไปได้ถึงต้องใช้เรือเท่านั้น ทางร.พ.ทั้ง 2 แห่งจึงประกาศขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญที่อยู่บริเวณภายนอกช่วยกันบริจาคน้ำดื่มและข้าวกล่องให้กับผู้ที่ติดอยู่ภายในประมาณ 6,000 คนเป็นการเร่งด่วน

นอกจากนี้ กระแสน้ำยังทำให้กำแพงโรงพยาบาลเซนต์แมร์รี่ที่อยู่ติดกับลำตะคองพังทลายลงมา ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมภายในพื้นที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับการขนย้ายออกจากโรงพยาบาลกลุ่มแรกจะเป็นผู้ป่วยหนัก ซึ่งได้นำผู้ป่วยที่ลำเลียงออกมาทั้งหมดส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ-ราชสีมาก่อนในเบื้องต้น ขณะเดียวกัน น้ำยังเข้าท่วมลานจอดรถของโรงพยาบาลสูงกว่า 1.50 เมตร ทำให้รถยนต์นับร้อยคันจมอยู่ใต้น้ำ

น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้น เฉพาะร.พ.มหาราชนครราชสีมา เสียหายคิดเป็นมูลค่าราว 40 ล้านบาท เฉพาะในส่วนของเครื่องสนับสนุนการรักษา เช่น เครื่องซักผ้า เครื่องครัว ส่วนเครื่องโคบอลต์ หรือ เครื่องรังสีรักษาและเครื่องใช้รักษาอื่นๆ ที่อยู่บริเวณชั้น 1 ยังไม่มีการประเมินความเสียหาย ซึ่งเครื่องรังสีรักษามีราคาราว 50 ล้านบาท
(1)มิดหลังคา - สภาพน้ำท่วมร.พ.มหา ราช และร.พ.เอกชนใกล้เคียงในตัวเมืองโคราช ซึ่งระดับน้ำสูงมิดหลังคารถ จนต้องปิดรับผู้ป่วยนอก ขณะที่ยังมีผู้ป่วยติดค้างอยู่ในร.พ.ถึง 6 พันคน



(2)พิษน้ำป่า - พระสงฆ์ยังออกบิณฑบาตในตลาด อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แม้ว่าจะมีน้ำท่วมสูง หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำป่าไหลหลาก บางแห่งสูงถึง 1 เมตร เมื่อวันที่ 18 ต.ค.



(4)ยังจม - น้ำยังท่วมขังในนครราชสีมาเป็นวงกว้าง โดยในร.พ. มหาราชนครราชสีมา สูงเกือบ 2 เมตร ทำให้แพทย์ พยาบาล คนป่วย ติดอยู่ภายในหลายพันคน ต้องลำเลียงผู้ป่วยหนักไปร.พ.อื่น


แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรังสีรั่วไหลออกมาเพราะมีการบรรจุไว้ในแคปซูลภายในเครื่องอย่างดี
(1)มิดหลังคา - สภาพน้ำท่วมร.พ.มหา ราช และร.พ.เอกชนใกล้เคียงในตัวเมืองโคราช ซึ่งระดับน้ำสูงมิดหลังคารถ จนต้องปิดรับผู้ป่วยนอก ขณะที่ยังมีผู้ป่วยติดค้างอยู่ในร.พ.ถึง 6 พันคน



(2)พิษน้ำป่า - พระสงฆ์ยังออกบิณฑบาตในตลาด อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แม้ว่าจะมีน้ำท่วมสูง หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้น้ำป่าไหลหลาก บางแห่งสูงถึง 1 เมตร เมื่อวันที่ 18 ต.ค.



(4)ยังจม - น้ำยังท่วมขังในนครราชสีมาเป็นวงกว้าง โดยในร.พ. มหาราชนครราชสีมา สูงเกือบ 2 เมตร ทำให้แพทย์ พยาบาล คนป่วย ติดอยู่ภายในหลายพันคน ต้องลำเลียงผู้ป่วยหนักไปร.พ.อื่น



-โคราชสังเวยแล้ว 4 ศพ

สำหรับตัวเลขความสูญเสียเบื้องต้น จนถึงช่วงเย็นวันที่ 18 ต.ค. มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในจ.นครราชสีมาแล้ว 3 ราย แบ่งเป็นอ.ปากช่อง 1 รายและอ.ด่านขุนทดอีก 2 ราย และมีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายระพี ผ่องบุพกิจ รักษาการผู้ว่าราชการจ.นครราชสีมา ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรวจสภาพน้ำท่วม และวางแผนสั่งการแก้ไขต่อไป

ขณะที่ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 18 ต.ค. ระดับน้ำในลำตะคอง ซึ่งล้นจากเขื่อนลำตะคองและน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวันได้ไหลผ่านอ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และอ.เมืองนครนครราชสีมา ทำให้ระดับน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมสองฝั่งลำตะคองตลอดทั้งสาย ส่งผลให้บ้านเรือนหลายพันหลังคาเรือนเดือดร้อนสาหัส

นายระพี ประกาศให้จ.นครราชสีมาเป็นพื้น ที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย 21 อำเภอ 131 ตำบล 1,127 หมู่บ้าน ซึ่งทางจังหวัดได้รับการประสานกลับมาจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและร่วมกตัญญู รวมทั้งองค์กรการกุศลอื่นๆ กำลังเตรียมอุปกรณ์ เรือท้องแบน และเครื่องอุปโภคบริโภคมาให้การช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ส.ว.หลายคนได้หารือปัญหาน้ำท่วมอย่างเคร่งเครียด อาทิ นายชลิต แก้วจินดา และนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา รวมถึงนางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ โดยระบุว่าขณะนี้ที่จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตจากภัยน้ำท่วม 4 ราย และมีอีก 5 จังหวัดที่โดนหนัก คือ ชัยภูมิ ลพบุรี มหาสารคาม ปราจีนบุรี ร้อย เอ็ด จึงขอให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือด่วน

-เปิดวิ่งรถไฟเข้ากรุงตามปกติ

ส่วนเหตุน้ำท่วมรางรถไฟช่วงระหว่างสถานีรถไฟตำบลโคกกรวด อ.เมือง ไปจนถึง สถานีรถไฟ ต.กุดจิก อ.สูงเนิน และช่วงระหว่างสถานีรถไฟตำบลจันทึก-สถานีรถไฟซับม่วง อ.ปาก ช่อง ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทยต้องหยุดเดินรถทั้งหมด ล่าสุด นายสมศักดิ์ เตียนพลกรัง นายสถานีรถไฟนครราชสีมา เผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมทั้ง 2 จุด ได้คลี่คลายลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้วตั้งแต่ช่วงกลางดึก 17 ต.ค.ที่ผ่านมา

"จากการตรวจสอบรางรถไฟพบว่ายังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ทำให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยสามารถเปิดให้บริการเดินรถได้อีกครั้งในวันที่ 18 ต.ค. โดยขบวนรถเที่ยวแรก เป็นรถดีเซลรางธรรมดาออกจากสถานีรถไฟไปจังหวัดสุรินทร์ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อเวลา 05.00 น. ขณะนี้รถไฟขบวนดังกล่าวสามารถวิ่งผ่านเส้นทางที่เคยถูกน้ำท่วมขังได้อย่างไม่มีปัญหา และทางการรถไฟฯ ได้ทยอยปล่อยเดินรถเป็นระยะ คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ภายในเช้าวันที่ 19 ต.ค. หากไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้นซ้ำ" นายสมศักดิ์ กล่าว

-จับตา'พายุเมกี'ถล่มซ้ำ

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ว่าที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในขณะนี้มีหลายจังหวัดที่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ซึ่งใน 4-5 วันนี้ยังต้องเฝ้าระวังพายุเมกี อีกลูก เพราะเป็นพายุขนาดใหญ่ที่อาจจะพาดมายังประเทศไทย และจะต้องประมาณการว่าจะมีผลกระทบต่อจังหวัดใดบ้าง

"กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ปฏิบัติตามแผนการที่ได้ซักซ้อมไว้ อีกทั้งในวันที่ 23-27 ต.ค.นี้จะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับจ.สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และกทม. ส่วนน้ำเหนือนั้นเชื่อว่ายังสามารถรับมือได้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง" นายวิบูลย์ ระบุ

ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ. ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ราย งานสถิติโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยเบื้องต้น พบว่า ประกอบด้วยโรงเรียนในสังกัดสพท.นครราชสีมา เขต 1-7 จำนวน 112 โรง ซึ่งตนสั่งการผอ.สพท.เข้าไปดูแลโรงเรียนที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางคมนาคมและการสัญจรของผู้ปกครอง แต่ระยะดังกล่าวเป็นช่วงปิดภาคเรียน จึงไม่กระทบต่อการเรียนการสอน

-'ลพบุรี'ยังวิกฤตหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานเหตุน้ำท่วมในจังหวัดอื่นๆ ว่า ที่จ.ลพบุรี เขตตัวเมืองยังคงมีน้ำท่วมขัง ขณะที่ถนนสายพหลโยธิน ลพบุรี-สระบุรี ตั้งแต่ด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหารราช ถูกน้ำท่วมสูงกินระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร บริเวณดังกล่าวถือเป็นย่านเศษรฐกิจ มีห้างสรรพสินค้าหลายแห่งซึ่งถูกน้ำท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ผู้ที่เดินทางมาจากกรุง เทพฯ ควรใช้ถนนเลี่ยงเมือง ส่วนถนนสายบ้านหมี่-โคกสำโรง รถทุกชนิดใช้การไม่ได้

นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม นายอำเภอบ้านหมี่ เปิดเผยว่า น้ำท่วมจังหวัดลพบุรีเข้าสู่วันที่ 3 สถานการณ์ยิ่งแย่ลง เพราะระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะอำเภอบ้านหมี่ ที่ตำบลดงพลับ ชาวบ้านกว่า 1,000 ครัวเรือนถูกตัดขาด ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรจนต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว ส่วนตำบลหนองเมือง พุคา บางกระพี้ น้ำจากคลองชลประทานล้นสปิลเวย์ (ทางน้ำล้น) เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน ทางอำเภอและกำนันผู้ใหญ่บ้านต้องขนย้ายชาวบ้านออกมาอยู่ที่สูง ส่วนนาข้าวที่กำลังออกรวงเหลืองอร่ามและจะเก็บเกี่ยวได้ใน 2-3 วัน กว่า 1 หมื่นไร่ ถูกน้ำท่วมเสียหายหมดในพริบตา

-เจอแล้วรถตกถนน-ดับ 2

ความคืบหน้าการค้นหารถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ที่โดนน้ำซัดตกลงไปในคลองข้างถนนสายจงโก-ปากช่อง เขตหมู่ 11 ต.หนองรี อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ต.ค. พ.ต.ท.พิทักษ์ กลิ่นหอม สารวัตรเวร สภ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี รับแจ้งจากอาสาสมัครมูลนิธิพงไล้ 16 ลำนารายณ์ ว่าพบรถคันดังกล่าวแล้ว โดยอยู่ห่างจากจุดที่รถตกเข้าไปในป่าอ้อยราว 300 เมตร ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวน้ำท่วมสูงประมาณ 5 เมตร

เมื่อตำรวจเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุพบกลุ่มชาวบ้านหลายร้อยคนเดินทางมาดูเหตุการณ์ รถที่จมน้ำเป็นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์ ทะเบียน กข-4696 นครนายก สภาพรถช่วงหน้ารถบริเวณหลังคาหน้ารถพบพังยุบลงมา กระจกแตกเป็นรู ภายในรถพบศพผู้เสียชีวิตอัดติดอยู่ท้ายรถ 2 ศพ พร้อมกับสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล 1 ตัว สภาพขึ้นอืด ทราบชื่อนายพร้อม กุศลส่ง อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84/1 หมู่ 9 ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก อดีตผู้ใหญ่บ้าน และนางดวงกมล มารินันท์ อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/501 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ จึงนำศพส่งร.พ.ลำสนธิตรวจหาสาเหตุการตายอีกครั้ง

พ.ต.ท.ดนัย กล่าวว่า ชาวบ้านให้การว่าเวลาประมาณ 16.00 น. นายพร้อมขับรถมาถึง 4 แยกจงโกกำลังจะเลี้ยวเข้ามายังถนนสายเกิดเหตุ ชาวบ้านบอกว่าไม่ให้ขับรถมา เนื่องจากถนนถูกน้ำท่วมสูง แต่นายพร้อมไม่เชื่อยังขับตะลุยเข้าไป เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งมีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะและมีน้ำไหลแรง รถจึงเสียหลักตกถนนและจมหายไปทันที

-'นครสวรรค์'อาจท่วมซ้ำ

ที่จ.นครสวรรค์ ผลจากภาวะฝนตกหนักใน จ.นครสวรรค์ และจ.เพชรบูรณ์ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมถนนหลายสายในพื้นที่ อ.ไพศาลี อ.ตากฟ้า อ.ท่าตะโก และอ.หนองบัว ส่งผลทำให้คอสะพานขาดในทางหลวงหมายเลข 11 อินทร์บุรี-พิจิตร ช่วง ก.ม.69+630 การจราจรใช้การไม่ได้ นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรเขตเทศบาลตำบลหนองบัว และพื้นที่หลายตำบลของ อ.หนองบัว ระดับน้ำยังไม่ลดลง ส่วนที่อ.ชุมแสง มีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มริมแม่น้ำน่าน

ที่อ.ท่าตะโก มีน้ำป่าไหลหลากอย่างกะทัน หันจากเพชรบูรณ์ ไหลเข้าท่วมตลาด อ.ท่าตะโก ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ส่วนบริเวณตลาดท่าตะโกน้ำท่วมราว 2 เมตร และบนถนนสายนครสวรรค์-ท่าตะโก มีน้ำท่วมถนนเป็นระยะทางยาวกว่าสิบก.ม.จากบ้านเขาขาดไปถึงตลาด อ.ท่าตะโก รถเล็กวิ่งผ่านไม่ได้ ที่อ.ตาคลี ยังมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบริเวณกองบิน 4 อ.ตาคลี จนกำแพงของกองบิน 4 พังลงมา

-อ.ท่าเรือ-อยุธยาจมบาดาล

ทางจังหวัดนครสวรรค์ แจ้งด้วยว่า จากกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกชุกติดต่อกันไปอีก โดยเฉพาะอิทธิพลจากพายุเมกีอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังและเตรียมรับมือกับภัยน้ำท่วม หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต.หรือเทศบาลโดยด่วน

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักสูงขึ้นอย่างน่ากลัว ทำให้ชาวบ้านตามริมแม่น้ำทั้ง 2 สายต่างไม่กล้านอนหลับ ต้องนั่งเฝ้ากันอยู่บนบ้านกันตลอดเวลา เพราะเกรงน้ำจะไหลเข้าท่วมพัดพาเอาข้าวของสูญหายไป

นางวิมล ไชยวัฒน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พระนครศรีอยุธยา เผยว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำอยู่ที่ความเร็ว 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เขื่อนเจ้าพระยาระบายที่ความเร็ว 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เฉลี่ยน้ำขึ้นชั่วโมงละ 5 ซ.ม. ขณะนี้อำเภอท่าเรือได้รับผลกระทบอย่างหนัก เฉลี่ยแล้วระดับน้ำขังสูง 1.50-2 เมตร บ้านเรือนถูกน้ำท่วมไปแล้วทุกตำบลกว่า 10,000 ครอบครัว

-'ชัยภูมิ'น้ำล้นเขื่อนลำคันฉู

ส่วนโบราณสถานต่างๆ ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผอ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า โบราณสถานที่อยู่นอกเกาะเมืองหลายแห่งถูกน้ำท่วม เช่น ที่หน้าวัดไชยวัฒนาราม โบราณสถานที่สำคัญเหลืออีก 1.40 เมตรน้ำจะสูงล้นแผ่นบังเกอร์ ส่วนโบราณสถานกลุ่มอโยธยา เช่น วัดกุฎีดาว วัดมเหยงคณ์ น้ำท่วมสูง 50 ซ.ม. และกำลังเร่งทำคันดินรอบๆ แล้วใช้เครื่องสูบน้ำสูบออก

วันเดียวกัน ที่จ.กาฬสินธุ์ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.กาฬสินธุ์ ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำเฝ้าระวังปัญหาภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยที่ผ่านมาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ทั้ง 18 อำเภอมีฝนตกหนักมากทั่วทุกพื้นที่

ที่จ.ชัยภูมิ ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกว่า 3 วัน ทำให้น้ำป่าทะลักบนเทือกเขาพังเหย เขตรอยต่อ อ.บำเหน็จณรงค์ และอ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ และน้ำยังล้นสันเขื่อนลำคันฉู เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรเสียหายเป็นวงกว้างหลายหมื่นไร่

ทั้งนี้ภาวะน้ำหลากท่วมไปจนถึงเขต อ.จัตุรัส พัดฝายดินขนาดใหญ่ขนาดสันฝายกว้างกว่า 10 เมตร ยาวกว่า 200 เมตร บริเวณบ้านโคกเริงรมย์ ฝายห้วยม่วง (ทำนบใหม่) ต.โคกเริงรมย์ และฝายชลประทานบ้านคำปิง-บ้านเพชร เขตเทศ บาลตำบลบ้านเพชร อ.บำเหน็จ ณรงค์ ขาดเสียหาย 2 แห่ง ทำให้น้ำป่าทะลักไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรสูงกว่า 1 เมตร เสียหายกินพื้นที่ 7 ตำบล รวมกว่า 1,000 หมู่บ้าน ทางอำเภอต้องเร่งเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชน สัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เป็นการด่วน

-'น้ำเหนือ'เข้าปทุมฯแล้ว

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รุดลงพื้นที่ตรวจเหตุน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตอ.สามโคก และอ.เมืองปทุมฯ โดยด่วนหลังจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 2 เมตรในช่วงเวลาราว 2 ชั่วโมงเศษ โดยเป็นปริมาณน้ำเหนือและน้ำที่ถูกปล่อยจากแม่น้ำป่าสักลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน วัด สถานีอนามัย และโรงเรียน ที่อยู่ติดริมแม่เจ้าพระยาเป็นวงกว้าง

นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการ จ.ปทุม ธานี สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบระดับน้ำทุก 1 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย และกำลังคน และประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านเตรียมรับมือหากมีน้ำท่วมเข้าบ้านเรือนอย่างฉับพลัน สามารถแจ้งประสานขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

-น.ร.บุรีรัมย์จมฝายตาย

ที่จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านม.4 บ.ขี้ตุ่น ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ แจ้งว่า เกิดเหตุเด็กนักเรียนชั้น ม.3 สองคนพลัดตกน้ำจมหายไปบริเวณฝายน้ำล้นบ้านสระขี้ตุ่น ต่อมา นายโสภณ ห่วงญาติ นายอำเภอลำปลายมาศ รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทีมประดาน้ำต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงงมพบศพแรก ทราบชื่อผู้ตาย นายพัชรวิชญ์ พรหมบุตร อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ร.ร.บ้านว่านเขื่อนค้อวิทยา แต่ยังไม่พบร่างด.ช.กฤษดา สอนเรือง อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นม.3 ร.ร.ตลาดโพธิ์พิทยาคม

สอบถามนายณัฐกานต์ สรรญพงษ์ อายุ 15 ปี ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ถูกน้ำพัดตกฝายน้ำล้นครั้งนี้ ระบุว่า ตนพร้อมด้วยนายพัชรวิชญ์และ ด.ช.กฤษดา พากันมาที่ฝายน้ำล้น บ.ขี้ตุ่น เพื่อข้ามสันฝายไปยังกระท่อมอีกฝั่งหนึ่งเพื่อซื้อไก่ ชน แต่ระหว่างกำลังเดินข้ามสันฝายที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ได้พัดเอาเพื่อนทั้งสองคนตกลงไปในน้ำ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOakU1TVRBMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHhNQzB4T1E9PQ==

0 ความคิดเห็น:

search

search this site the web
search engine by freefind

ฝากไฟล์

YOUR IP