เพื่อการแสดงผลหน้าเว็ป SPVARIETY ที่ถูกต้องท่านควรใช้ IE8 Firefox & Google Chrome

Download Browsing Click Here

This page is optimized for IE8 Firefox & Google Chrome

มาริลิน มอนโร

|


มาริลิน มอนโร

มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe) ชื่อเดิม นอร์ม่า จีน เบเกอร์ (1 มิถุนายน พ.ศ. 2469 - 5 สิงหาคม พ.ศ. 2505) เป็นอดีตนักแสดง นักร้อง นางแบบชื่อดัง ชาวอเมริกัน

ประวัติ มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe)

มาริลิน มอนโร คำว่ามาริลีนมาจากชื่อของดาราละครเพลงยุค 20 คือ มาริลีน มิลเลอร์ ส่วนมอนโร มาจากนามสกุลเดิมของคุณยายของเธอ จีน นอร์แมน คือชื่อที่ มาริลีน ใช้ขณะเป็นนางแบบ

มาริลิน มีมารดาเป็นโรคทางประสาท บิดาสาบสูญ เป็นเหตุให้ชีวิตช่วงวัยเด็กต้องอาศัยอยู่ตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เมื่อตอนอายุ 12 ปีเธอค้นพบว่าต้วเองมีแรงดึงดูดทางเพศอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก เมื่อครั้งที่เธอสวมสเวตเตอร์พร้อมกับทาลิปสติกเป็นครั้งแรกไปโรงเรียน เธอเล่าว่าเมื่อเธอเดินเข้าไปในโรงเรียน นักเรียนชายต่างก็มองเธอเป็นตาเดียว บางคนก็ผิวปาก และบางคนก็เข้ามาหาเธอก็มี ในขณะที่นักเรียนหญิงต่างก็มองเธอด้วยความสนใจ และอิจฉาเธอ

เมื่ออายุ 16 ปี จึงเริ่มอาชีพนางแบบ ต่อมาก็เริ่มแสดงภาพยนตร์ซึ่งล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อย ภาพยนตร์เรื่อง Gentleman Prefer Blondes (1953) เธอได้ค่าตัวอาทิตย์ละ 500 เหรียญ ในขณะที่ เจน รัสเซล ดารานำอีกคนได้ 200,000 เหรียญสำหรับภาพยนตร์ 1 เรื่อง แต่ตัวหนังทำเงินถล่มถลายและมาริลีนกลายเป็นดาราดังไปในทันที ในฉากที่เธอร้องเพลง Diamonds Are A Girls's Bestfriend ที่ถูกมาดอนน่าเลียนแบบในมิวสิกวิดีโอ Material Girl ก็นำมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนตร์เรื่อง The Seven Year Itch (1955) มีฉากที่เป็นอมตะของเธอที่ถูกลมพัดจนกระโปรงขึ้นมา จากฉากนี้เป็นเรื่องราวทำให้เธอหย่ากับสามี (โจ ดิแมกจิโอ นักเบสบอลชื่อดัง)

ผลงานเพลง มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe)

นอกจากบทบาทการแสดงแล้วในภาพยนตร์แทบทุกเรื่องมักจะมีฉากที่ มาริลีน ร้องเพลงอยู่ด้วยเสมอ และเธอมักจะถูกพูดถึงเสมอในฉากร้องเพลง มาริลีนเคยให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจที่สุดในการแสดงอย่างใดๆ ก็แล้วแต่ การร้องเพลงและการแสดงประกอบเป็นสิ่งที่เธอถนัดที่สุด

เธอได้โชว์เสียงเป็นครั้งแรกกับเพลง Every Baby Needs A Da Da Daddy และ Anyone Can Tell I Love You ในภาพยนตร์เรื่อง La-dies Of The Chorus (พ.ศ. 2491) และในปี พ.ศ. 2493 กับ Oh,What A Forward Young Man You Are ในภาพยนตร์เรื่อง A Ticket To Tomahawk ซึ่งมาริลีนแสดงเป็นแค่ตัวประกอบ 1 ใน 3 สาวคอรัส ส่วนฉากที่เรียกได้ว่าทำให้ มาริลีน เริ่มกลายเป็น Sex symbol ส่วนนึงมาจากภาพยนตร์เรื่อง Niagara (1953) ต่อมาเธอได้ร้องเพลง Two Littles Girls From Little Rock, Bye Bye Baby และ When Love Goes Wrong (Nothing Goes Right) ในภาพยนตร์เรื่อง Gentleman Prefer Blondes และต่อมาเพลงที่ถูกมาดอนน่าเลียนแบบไปใน Diamonds Are A Girls's Bestfriend และฉากที่ไม่มีใครลืมเธอเมื่อมาริลีน ร้องเพลง River Of No return กับเปียโนกับชื่อหนังเรื่องเดียวกันในปี 1954

และผลงานนอกจอคือการที่เธอไปร้องเพลง Happy Birthday To You ให้กับประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคเนดี ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เด็น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน

เสียชีวิต

มาริลิน มอนโร เสียชีวิตที่ แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐอเมริกา โดยแม่บ้านของมอนโรชื่อ ยูนิส มูร์เรย์ เป็นผู้พบเห็น เสียชีวิตเพราะใช้ยาเกินขนาด เป็นกรณีศึกษาการเสียชีวิตที่เหมือนกับกรณี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่เสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรม

อิทธิพลต่อคนรุ่นหลัง

มาริลีน มอนโรมีอิทธิพลกับดาราและศิลปินมากมาย นอกจากมาดอนน่า แล้ว เอลตัน จอห์นเคยร้องเพลงอุทิศให้กับเธอมาแล้วกับ Candle In The Wind ในปี 1973 แต่งเนื้อโดย Bernie Taupin เนื้อหาก็เปรียบชีวิตของมาริลีน เหมือนเปลวเทียนและอุปสรรค ความเหงา โดดเดี่ยว ก็เหมือนสายลมที่เป่าจนเทียนดับลงไป

ผลงานภาพยนตร์ มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe)

พ.ศ. 2491 - เลดี้ ออฟ เดอะ คอรัส
พ.ศ. 2492 - เลิฟ แฮปปี้
พ.ศ. 2493 - เดอะ แอสฟัลต์ จังเกิ้ล
พ.ศ. 2495 - แคลช บาย ไนท์
พ.ศ. 2496 - เนียอะการา
พ.ศ. 2497 - ริเวอร์ ออฟ โน รีเทิร์น
พ.ศ. 2499 - บัส สต๊อป
พ.ศ. 2500 - เดอะ ปริ๊นซ์ แอนด์ เดอะ โชว์เกิร์ล
พ.ศ. 2502 - ซัม ไลท์ อิส ฮอต
พ.ศ. 2503 - เลส เมค เลิฟ
พ.ศ. 2504 - เดอะ มิสฟิทธ์
พ.ศ. 2505 - ซัมทิง ก๊อท ทู กิฟ (ถ่ายทำไม่สำเร็จ)

มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe) มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe) มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รูปประกอบจากอินเทอร์เน็ต

1 ความคิดเห็น:

ศึกษาต่ออเมริกา กล่าวว่า...

ขอบคุณมาก ๆ นะครับ สำหรับบทความดี ๆๆ

search

search this site the web
search engine by freefind

ฝากไฟล์

YOUR IP